How to my comic.
posted on 01 Jan 2008 03:51 by honeynut in HowTo, WORK*edit แก้ตัวเลขแล้ว ขอบคุณ Mon ที่เตือนจ้า
ขออัพอะไรที่มันเป็นสาระรับปีใหม่ซะหน่อย
ลองพิมพ์ทาวทูกับเค้าดูบ้าง
มาดูอุปกรณ์กันก่อน

1. ไส้ดินสอ Pentel 4B 0.5 ดำดีสีไม่ตก
2. ยางลบ Pentel ถ้าไม่มีแบบยาวๆ นี่เราก็ใช้อันที่เป็นปลอกน้ำเงิน-ขาว เพราะมันถูกดี ลบสะอาด ทนไม้ทนมือในระดับหนึ่ง
3. ดินสอกด Pentel รุ่น Graph 1000 ของสุดรักในถุงเครื่องเขียน
ขอเล่าความหลังนิดนึง คือ รุ่นเนี้ยะ เราใช้เขียนการ์ตูนตั้งแต่สมัยส่งไทคอมมิคเรื่องแรก เพราะว่ามีเพื่อนพ่อไปทำอู่ที่ญี่ปุ่นแล้วเก็บได้ในรถ ใช้เกือบสิบปีกว่าจะพัง ก็เลยซื้อแท่งใหม่ แต่หาย 55 ก็เลยได้ซื้อแท่งปัจจุบันนี้แหละ
4. Pigma 0.3 ไว้แต่งเส้น เติมเงา แล้วก็ถมผมดำที่เป็นเส้นฝอยๆ สำหรับหัวขนาดเล็ก-หัวขนาดกลาง บางทีก็มี 0.5 มาใช้ประกอบด้วย
5. Pigma 0.1 ตัดเส้นตัวการ์ตูน และฉากทั้งหมด เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย
6. Pigma 0.8 ไว้ตีเส้นกรอบ ถมดำในส่วนเล็กๆ ถมผมดำสำหรับหัวโตๆ ประเภทครึ่งหน้ากระดาษ
7. เมจิกสีดำหัวเล็ก ไว้ถมดำในส่วนที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย
8. เมจิกสีดำหัวโต (แบบหัวกลม) ถมดำในส่วนที่ใหญ่ๆ
อ้อยังมี กระดาษก็ใช้กระดาษการ์ดขาว 180 แกรม A4 หาซื้อได้ตามแผนกเครื่องเขียน
แฟ้มสำหรับใส่งาน จะได้เปิดดูได้เป็นหน้าๆ สะดวกต่อการจัดซ้าย-ขวาด้วย
ไม้บรรทัดใส
คอมฯ
* ไม่มี 0.05 เพราะว่าใช้ไม่เป็นฮ่ะ ซื้อมาไม่พังก็ให้คนอื่นหมด
** ไม่มีหมึกกับพู่กัน เพราะใช้ไม่เป็นเช่นกัน
*** อุปกรณ์สุดหรู ยังสู้ความพยายามไม่ได้นะจ๊ะ
อย่างแรกการวาดสตอรี่บอร์ด
ก็ต้องคิดเรื่อง พอได้โครงแล้วก็จะมานั่งพิมพ์เป็นฟิคเก็บไว้ แล้วก็กำหนดหน้าเอาในนั้นเลย (แต่เขียนไปเขียนมาส่วนมากก็จะเกินแหละ) ที่ต้องกำหนดหน้าก็เพื่อจำนวนหน้าจะได้ไม่ต่างจากที่ต้องการมากเกินไป และก็เพื่อจะจบใจความสำคัญของแต่ละหน้าได้พอดี อย่างเวลาเปลี่ยนฉาก ขึ้นหน้าใหม่ ถ้ากะเรื่องว่างตำแหน่งช่องได้ถูกต้องก็จะทำให้อ่านสนุกขึ้น
ต่อมาก็ลงมือร่างภาพ โดยการร่างภาพนี้จะมีสองขั้นตอนก็คือ
1. ร่างเป็นหัวไม้ขีด
แล้วก็วัดกรอบด้านใน 2 ซม. แล้วตีตำแหน่งช่องคร่าวๆ ก็ทำไปเร็วๆ ได้เลย เผื่อวันไหนไอเดียตีบตันก็จะได้มีเส้นร่างไกด์ไว้ให้แล้ว กะๆ ไว้ด้วยว่าจะใส่ช่องคำพูดไว้ตรงไหน
2. เสร็จแล้วก็ร่างภาพแบบเป็นจริงเป็นจัง

เราไม่ได้วาดช่องคำพูดปกติที่เป็นวงรีธรรมดา หรือเป็นสี่เหลี่ยมที่เป็นช่องความคิดใส่น่อ เอามาในคอม ส่วนช่องคำพูดพวกที่เสียงสั่น เสียงตะโกนก็จะวาดลงไป (บางทีลืมวาดก็มีวาดแยกต่างหากเซฟไว้ในคอม ก็เอาอันนั้นแปะแทน)
วิธีวาดของเราไม่ถูกต้องตามหลักการ เนื่องจากไม่มีคนสอน และถึงสอนมันก็ไม่จำ... ฉะนั้นห้ามถามว่าไอ้วงกลมๆ รอบหัวนั่นมันคืออะไร
ทีนี้ก็ตัดเส้น มีสองขั้นตอนอีกเช่นกัน
1. ตัดเส้นตามเส้นดินสอ

พร้อมๆ กับเช็คไปในตัวด้วยว่าตรงไหนวาดผิด ก็จะได้เส้นสั่วๆ แบบนี้ (ปรากฎว่าเส้นดินสอเหมือนจะดีกว่า)
2. เก็บรายละเอียด - ถมดำ
อา...สตีฟหน้าแก่
ต่อมาก็ติดสกรีน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ ภาพจะชัดไม่ชัดก็อยู่ตรงนี้
1. สแกนงานที่...
Bitmap หรือ Black and white
Resolution 600 DPI
วิธีนี้จะทำให้เส้นดำสนิท ถ้ามีปัญหาว่าปริ๊นท์ออกมาแล้วเส้นไม่ชัด ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเส้นไม่ดำสนิท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกนด้วย grayscale หรือ RGB ไฟล์ใหญ่จริง แต่ไม่ชัดหรอกนะ
สำหรับคนที่บอกว่ามีปัญหาสแกนแล้วหายหมด ก็ควรจะใช้ปากกาให้ใหญ่ขึ้น หรือย้ำเส้นให้ชัดขึ้น หรือเปลี่ยนกระดาษที่วาดเป็น B4 แล้วเปลี่ยนเครื่องสแกนที่ใหญ่ขึ้นด้วย (ทุ่มทุนไปรึเปล่า)
ตัวอย่างภาพที่สแกนแล้วก็ภาพเดียวกับในข้อข้างบนแหละ ^
2. เสร็จแล้วย่อไฟล์ให้ได้ขนาดที่ต้องการจะปริ๊นท์ "ก่อนติดสกรีน" ทุกครั้ง
ถ้าติดเสร็จแล้วค่อยมาย่อ จะเกิดปัญหาลายสกรีนขึ้นดอก เช่นเดียวกับการย่อลายสกรีน ลายมีมายังไงใช้ไปอย่างงั้นเลย จะปลอดภัยกว่า (ยกเว้นลายที่จุดห่างมากๆ อันนั้นก็ย่อได้)
3. ติดสกรีนไปเรื่อย
คาดว่าคงติดสกรีนกันเป็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ข้ามวิธีตัดแปะไปเลยละกัน
ใช้ Photoshop 7.0
เนื่องจากเราสแกนเป็นบิทแมพซึ่งมีเลเยอร์เดียวคือ background จึงไม่สามารถติดสกรีนในโหมดนี้ได้ เราก็ต้องไปเปลี่ยนโหมดภาพโดยกดเมนู image >> mode >> Grayscale เพื่อให้จะได้จัดการกับรูปภาพได้
ถ้ามีการซ้อนสกรีนให้คอยสังเกตด้วยว่าลายมันขึ้นดอกรึเปล่า ส่วนมากจะเกิดเมือเอาลายถี่ๆ ซ้อนกัน
4. ใส่ตัวหนังสือ
อย่าใช้ฟอนต์หวือหวาจนอ่านไม่ออก
อย่าใช้ฟอนต์หลากหลายเกินไปในหนึ่งหน้า
อย่าใส่ตัวหนังสือจนแน่นช่องคำพูด ถ้ามันเยอะเกินไปก็ขึ้นช่องใหม่ดีกว่า เน้นอ่านสบายตาว่างั้นเถอะ
ในกรณีที่ ฟอนต์ที่ใช้มีปัญหาสระลอย (พวก JS DS PSL) ก็แก้ไขสระลอยด้วยนะจ๊ะ ถ้าเป็นโดก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องส่งสนพ. มันต้องแก้อะ
ไม้เอก ALT+139
ไม้โท ALT+140
ไม้ตรี ALT+141
ไม้จัตวา ALT+142
การันต์ ALT+143
จำแค่นี้ก็ทำงานได้แล้ว ไม่ต้องไปจำหมดทุกโค้ดหรอก (มั้ง) ไม่ยากหรอก พิมพ์ๆ ไปก็ชิน ส่วนพวกตัวหนังสือหางยาว พวกมีสระข้างบน เช่น นี้ นี่ ก็กดแป้นวรรณยุกต์โดยตรงได้เลย

เสร็จแล้ว
5. เซฟงาน คนอื่นทำไงเราไม่รู้นะ แต่ของเราเซฟเป็น 3 ไฟล์

*.PSD แยกเลเยอร์สกรีน เส้น ช่องคำพูด และตัวหนังสือ เผื่อไว้แก้ เผื่อเรียกใช้งานอื่น เผื่อขุดมาลงสี บลาๆ
*.TIF สำหรับปริ๊นท์ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ติดสกรีนเสร็จให้ Merge visible เพื่อรวมเลเยอร์อย่างที่ตาเราเห็น ถ้าเลือก flatten image เลเยอร์อาจผิดพลาดได้ในกรณีที่เราใช้เลเยอร์ฟังก์ชั่นหลากหลาย ฉะนั้นเพื่อความปลอยภัยกรุณา Merge Visible
- ไปที่ image >> mode >> bitmap เลือก Diffusion Dither จากนั้นเซฟเป็น *.tif
Bitmap (โหมดภาพ) กับ bmp (นามสกุลไฟล์) คนละเรื่องกันนะจ๊ะ
*.JPG 72 dpi เผื่อไว้ส่งให้เพื่อนอ่าน ไว้เปิดอ่านเอง ไว้อัพบล็อค
จบแค่นี้สำหรับคอมมิคหนึ่งหน้า ใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วโมง
-
ขั้นตอนที่ช้าที่สุดคือ การเก็บรายละเอียด
-
ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ร่างภาพ
-
ขั้นตอนที่ชอบที่สุดคือ ติดสกรีน
ตอบ - Otaki
ไฟล์ jpg มันเซฟภาพ bitmap ไม่ได้ค่ะ
Bitmap - จะอ่านเฉพาะ ขาวกับดำ (ฉะนั้น หากพ่นบรัชก็ต้องระวังด้วย มันอาจจะไม่ออกมาฟู่อย่างที่ต้องการ ต้องพลิกแพลงซะหน่อยถึงจะออกมาเป็นเม็ดสกรีนสวยงาม ไว้อาจจะเอาพิมพ์อธิบายลงบล็อค)
Grayscale - อ่านขาวเทาดำไล่น้ำหนัก พอเอาไปปริ๊นท์แล้วเส้นอาจจะไม่คมเพราะอ่านค่าสีละเอียดเกินไป แต่เหมาะกับจะเอาไว้เซฟรูปลงบล็อคค่ะ
* อันนี้เราก็ฟังเค้ามาอีกที แหะๆ
ตอบ - Sarail
=[]=lll จำได้ด้วยว่าดอง ขุดขึ้นมาทำใหม่แล้วจ้า
ใช้จีเพ็นไม่เป็นค่ะ จิ้มจุ่มๆ ไม่สันทัด ลองสองหนรู้สึกว่าเหมือนหัดวาดรูปใหม่ เลยไม่เอาดีกว่า
ตอบ - นิมจัง
เรานะ... ทำอะไรได้ก็ทำไปก่อนเลย คือ ทำไงก็ได้ให้งานเดินอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องร่างหมด 1 ตอนแล้วค่อยมาตัดเส้น อย่างเช่นว่า ร่างไปสามหน้า ไอเดียตีบก็ตัดเส้นต่อ ช่องไหนวาดไม่ได้ก็ตีกรอบรอไปก่อน ถ้ายังไม่หายตีบก็ติดสกรีน ถ้ายังไม่หายอีกก็นอน (ไม่ใช่ละ) เราว่าแบบนี้น่าจะเร็วกว่า
ตอนนี้ทำโดสลับออริ ก็ปรากฎว่าไม่มีอะไรเสร็จซักกะอย่าง 55
edit @ 2 Jan 2008 10:42:48 by honeynut



